Omada EAP245 V4 (AC1750 Wireless MU-MIMO Gigabit AP)
Fast Dual-Band Wi-Fi มอบความเร็วไร้สายรวมสูงสุด 1750 Mbps โดยแบ่งเป็น 1300 Mbps บนย่าน 5 GHz และ 450 Mbps บนย่าน 2.4 GHz รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
Seamless Roaming เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเดินเคลื่อนที่ไปมาในอาคารได้โดยที่สัญญาณไม่หลุด (Roaming) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการโทรผ่าน LINE/Wi-Fi Calling หรือการดูวิดีโอสตรีมมิ่งที่ต้องการความต่อเนื่อง
Advanced Wireless Technologies อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด:
MU-MIMO: รับส่งข้อมูลกับหลายอุปกรณ์ได้พร้อมกัน ไม่ต้องเข้าคิวรอ
Band Steering: ช่วยผลักดันอุปกรณ์ไปใช้คลื่น 5 GHz ที่ว่างกว่าโดยอัตโนมัติ
Beamforming & Airtime Fairness: เพิ่มความแม่นยำในการส่งสัญญาณและจัดสรรเวลาการรับส่งข้อมูลให้เหมาะสม
Dual PoE Support มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งสูงมาก เพราะรองรับการรับไฟทั้งแบบมาตรฐาน 802.3at และ Passive PoE (มี PoE Adapter แถมมาให้ในกล่อง)
Omada SDN Integration รองรับการจัดการแบบ Zero-Touch Provisioning (ZTP) และบริหารจัดการผ่านระบบคลาวด์แบบรวมศูนย์ ทำให้การตั้งค่าและการตรวจสอบสถานะเครือข่ายทำได้ง่ายจากทุกที่
Secure Guest Network & Captive Portal ระบบจัดการเครือข่ายสำหรับแขกที่ปลอดภัย รองรับการยืนยันตัวตนผ่าน SMS, Voucher หรือ Facebook Wi-Fi ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพให้กับธุรกิจ
Elegant Ceiling Design ดีไซน์สีขาวสะอาดตา ออกแบบมาเพื่อติดตั้งบนเพดานได้แนบเนียน ดูทันสมัยและประหยัดพื้นที่
Omada EAP668-Outdoor HD (AX3600 High-Density Access Point)
Ultra-Fast Wi-Fi 6 Speeds มอบความเร็วไร้สายรวมสูงสุดถึง 3.6 Gbps (2402 Mbps บนย่าน 5 GHz และ 1148 Mbps บนย่าน 2.4 GHz) รองรับการใช้งานที่เน้นแบนด์วิดท์สูงอย่างวิดีโอ 4K/8K และการประชุมออนไลน์
High-Density Connectivity ออกแบบมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันสูงสุดถึง 1,024 อุปกรณ์ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน เช่น สนามกีฬา ตลาดนัดกลางแจ้ง หรือลานจัดกิจกรรมขนาดใหญ่
Next-Gen Wired Ports มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันที่สุด:
1× 10G SFP+ slot: สำหรับการเชื่อมต่อ Uplink ความเร็วสูงผ่านสายไฟเบอร์ออฟติก
1× 2.5G PoE-In port: รองรับ Multi-Gigabit เพื่อดึงประสิทธิภาพ Wi-Fi 6 ออกมาได้เต็มที่
1× Gigabit PoE-Out port: สามารถจ่ายไฟต่อให้กล้อง IP หรืออุปกรณ์อื่นได้ทันทีจากตัว AP
PoE++ Support & Power Versatility รองรับการรับไฟผ่านสายแลนมาตรฐาน 802.3at/bt (PoE+/PoE++) ทำให้การเดินสายติดตั้งทำได้ง่ายและยืดหยุ่นสูง
Extreme Weatherproof IP68 ตัวเครื่องผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับสูงสุด IP68 พร้อมระบบป้องกันฟ้าผ่า 6 kV และทนต่ออุณหภูมิได้ตั้งแต่ -40 °C ถึง +70 °C มั่นใจได้ในทุกสภาพอากาศโหดร้าย
Omada Mesh & Seamless Roaming รองรับการทำ Mesh ร่วมกับอุปกรณ์อื่นในตระกูล Omada ช่วยให้ขยายสัญญาณ Wi-Fi ได้ทั่วถึง และใช้งานได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุดขณะเดินข้ามโซนสัญญาณ
Bluetooth Connectivity & SDN Management มีบลูทูธในตัวช่วยให้การตั้งค่าเบื้องต้นทำได้ง่าย และรองรับการจัดการแบบรวมศูนย์ผ่าน Omada SDN Cloud Management ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Omada EAP110-Outdoor V3 (300Mbps Outdoor Access Point)
Ideal for Outdoor Environment ตัวเครื่องผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP65 ออกแบบมาเพื่อทนทานต่อสภาพอากาศภายนอกอาคารโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะแดดแรงหรือฝนตก
Long-Range Coverage ติดตั้งเสาสัญญาณระดับมืออาชีพคู่กับ High-Power Amplifier (ชุดขยายสัญญาณกำลังสูง) ช่วยให้ส่งสัญญาณ Wi-Fi ได้ไกลและครอบคลุมพื้นที่โล่งกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
300Mbps Wi-Fi with 2×2 MIMO มอบความเร็วไร้สายสูงสุด 300Mbps บนย่านความถี่ 2.4GHz เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น กล้องวงจรปิด Wi-Fi หรือการเล่นเน็ตในสวน
Passive PoE Support รองรับการจ่ายไฟผ่านสายแลน (Passive PoE) ช่วยให้ติดตั้งในจุดที่ไม่มีปลั๊กไฟได้สะดวก (มี PoE Adapter แถมมาให้ในชุด)
Centralized Cloud Management รองรับการบริหารจัดการผ่าน Omada SDN สามารถตั้งค่า ตรวจสอบสถานะ และอัปเดตเฟิร์มแวร์ได้จากระยะไกลผ่าน Cloud หรือแอป Omada
Secure Guest Network ระบบจัดการเครือข่ายสำหรับแขกที่ปลอดภัย รองรับการล็อกอินหลายรูปแบบ เช่น SMS, Facebook Wi-Fi หรือระบบ Voucher เหมาะสำหรับร้านอาหารและคาเฟ่
Flexible Deployment ดีไซน์ตัวเครื่องให้ติดตั้งได้ง่ายทั้งบนผนัง (Wall Mount) หรือยึดกับเสา (Pole Mount) ตามความเหมาะสมของหน้างาน
Omada ER706W-4G V2 (AX3000 4G+ VPN Gateway)
Integrated 4G+ Cat6 Support รองรับเทคโนโลยี 4G+ Cat6 มอบความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดถึง 300 Mbps โดยใช้ร่วมกับซิมการ์ด (Nano SIM) เพื่อเป็นอินเทอร์เน็ตหลักหรืออินเทอร์เน็ตสำรอง (Failover) เมื่อสายไฟเบอร์มีปัญหา
Next-Gen AX3000 Wi-Fi 6 กระจายสัญญาณไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 6 ความเร็วสูงรวมสูงสุด 3000 Mbps (2402 Mbps บน 5 GHz และ 574 Mbps บน 2.4 GHz) รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมากได้อย่างลื่นไหล
Flexible Gigabit Ports มาพร้อมพอร์ต Gigabit ทั้งหมด 6 พอร์ต (1 WAN + 5 WAN/LAN) ให้ความยืดหยุ่นสูงในการเลือกใช้งาน Load Balance หรือต่อพ่วงอุปกรณ์ในเครือข่าย
High-Gain Detachable Antennas ติดตั้งเสาสัญญาณภายนอกแบบเกณฑ์ขยายสูงถึง 5 ต้น (สามารถถอดเปลี่ยนได้) ช่วยให้รับสัญญาณ 4G และกระจาย Wi-Fi ได้ครอบคลุมและเสถียรยิ่งขึ้น
Enterprise-Grade VPN Gateway รองรับโปรโตคอล VPN หลากหลายและปลอดภัยสูงสุด อาทิ SSL, IPsec, GER, WireGuard, L2TP และ PPTP สำหรับการเชื่อมต่อระหว่างสาขาหรือพนักงานที่ทำงานจากระยะไกล
Omada Mesh Technology รองรับการทำงานแบบ Mesh ร่วมกับ Access Point ของ Omada เพื่อการขยายพื้นที่สัญญาณ Wi-Fi ให้ครอบคลุมโดยไม่มีจุดบอดและใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ (Seamless Roaming)
Centralized Cloud Management บริหารจัดการแบบรวมศูนย์ผ่าน Omada SDN ทั้งหน้าเว็บและแอปพลิเคชัน สะดวกในการควบคุมเครือข่ายทั้งหมดจากที่เดียว
Omada SG6654X (48-Port L3 Managed Switch with 6× 10G SFP+)
Exceptional Bandwidth with 6× 10G SFP+ โดดเด่นกว่ารุ่นอื่นด้วยพอร์ต 10G SFP+ จำนวน 6 ช่อง ให้แบนด์วิดท์สำหรับการทำ Uplink หรือ Stack ที่มหาศาล พร้อมพอร์ต Gigabit RJ45 อีก 48 พอร์ต รองรับปริมาณข้อมูลได้เหลือเฟือ
216 Gbps Switching Capacity มีขีดความสามารถในการสลับข้อมูลสูงถึง 216 Gbps ต่อเครื่อง รองรับการทำงานที่หนักหน่วงได้ลื่นไหล ไม่เกิดอาการคอขวด
Advanced L3 Routing Protocols รองรับฟีเจอร์ L3 แบบจัดเต็ม ทั้ง RIP, OSPF, ECMP, VRRP, PIM-DM และการเป็น DHCP Server ในตัว ช่วยให้การจัดการโครงสร้างเครือข่ายระดับองค์กรมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
High Availability & Reliability มาพร้อม Internal Fixed Power Supplies ถึง 2 ชุด ภายในตัวเครื่อง เพื่อการสำรองพลังงาน (Redundancy) พร้อมรองรับเทคโนโลยี VRRP และ ERPS เพื่อให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่อง 24/7 แม้อุปกรณ์บางส่วนจะมีปัญหาก็ตาม
Physical Stacking รองรับการทำ Physical Stacking เพื่อรวมสวิตซ์หลายเครื่องเข้าด้วยกัน เพิ่มความง่ายในการจัดการและเพิ่มความทนทานให้ระบบ (Redundancy)
Comprehensive Security Strategies ปกป้องข้อมูลสำคัญด้วยระบบความปลอดภัยระดับสูง ทั้ง ACL, Port Security, DoS Defend, 802.1X และการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงอย่างละเอียด
Omada SDN Cloud Management บริหารจัดการแบบรวมศูนย์ได้จากทุกที่ผ่านคลาวด์ หรือจัดการผ่านเครื่องมือมาตรฐานอย่าง CLI, SNMP และ RMON สำหรับผู้เชี่ยวชาญ
Omada SG5452X (48-Port L3 Managed Switch)
High Port Density & 10G Uplink มาพร้อมพอร์ต Gigabit RJ45 ถึง 48 พอร์ต และช่อง 10G SFP+ ถึง 4 ช่อง มอบแบนด์วิดท์มหาศาลเพื่อเชื่อมต่อกับ Server หรือ Storage ด้วยความเร็วระดับ Lightning-fast
Physical Stacking Capability รองรับการทำ Physical Stacking ได้สูงสุดถึง 4 เครื่อง ช่วยให้คุณบริหารจัดการสวิตซ์หลายตัวเสมือนเป็นเครื่องเดียว เพิ่มทั้งประสิทธิภาพ (Performance) และการสำรองระบบ (Redundancy)
Advanced Layer 3 Features รองรับฟีเจอร์ L3 แบบเต็มสูบ ทั้ง RIP, OSPF, Static Routing และการทำ DHCP Server/Relay ช่วยลดภาระของ Router และทำให้โครงสร้างเครือข่ายซับซ้อนทำงานได้อย่างราบรื่น
Massive Switching Capacity มีกำลังการส่งข้อมูลสูงถึง 176 Gbps ต่อเครื่อง มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะถูกรับส่งอย่างรวดเร็วโดยไม่มีอาการคอขวด (Bottleneck)
Comprehensive Security Strategies ปกป้องเครือข่ายขั้นสูงสุดด้วยระบบ ACL, Port Security, DoS Defend, 802.1X และ IP-MAC-Port Binding เพื่อป้องกันการบุกรุกในทุกระดับ
Rapid Recovery (ERPS) รองรับเทคโนโลยี ERPS เพื่อการกู้คืนระบบที่รวดเร็วทันใจในกรณีที่เกิดปัญหาในโครงสร้างเครือข่ายแบบวงแหวน (Ring Topology)
Omada SDN Integration สามารถบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ผ่าน Omada Cloud ได้อย่างไร้รอยต่อ หรือจะจัดการแยกแบบ Standalone ผ่าน CLI และ SNMP สำหรับมือโปรก็ได้
Omada SG3428XPP-M2 (2.5G PoE++ Managed Switch)
Multi-Gigabit Connectivity มาพร้อมพอร์ต 2.5G RJ45 จำนวน 24 พอร์ต มอบความเร็วที่เหนือกว่า Gigabit แบบเดิมถึง 2.5 เท่า ปลดล็อกประสิทธิภาพสูงสุดให้กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ และ Access Point รุ่นใหม่
Massive PoE Budget (500 W) รองรับการจ่ายไฟรวมสูงถึง 500 วัตต์ ตอบโจทย์โปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่ต้องติดตั้งอุปกรณ์จำนวนมาก
High-Power PoE++ (60 W) มีพอร์ต PoE++ ถึง 8 พอร์ต ที่จ่ายไฟได้สูงสุด 60 วัตต์ต่อพอร์ต และอีก 16 พอร์ตเป็น PoE+ (30 วัตต์) รองรับได้ตั้งแต่โดมกล้อง Speed Dome ไปจนถึงจออัจฉริยะ
10G Lightning-Fast Uplink ติดตั้งพอร์ต 10G SFP+ จำนวน 4 ช่อง ให้แบนด์วิดท์มหาศาลสำหรับการทำ Uplink ไปยัง Core Switch หรือจัดเก็บข้อมูลบน NAS ด้วยความเร็วสูงระดับสิบกิกะบิต
Centralized Cloud Management บริหารจัดการผ่าน Omada SDN ได้แบบรวมศูนย์ผ่านคลาวด์ ช่วยให้ตั้งค่า ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาลานจอดรถหรือออฟฟิศสาขาได้จากที่เดียว
Static Routing (L2+) ช่วยจัดการเส้นทางข้อมูลภายในเลเยอร์ 2+ เพิ่มประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลลดภาระของ Router ตัวหลัก
Advanced Reliability (ERPS) รองรับเทคโนโลยี ERPS เพื่อการป้องกันและฟื้นฟูระบบเครือข่ายที่รวดเร็ว (Rapid Recovery) ในโครงสร้างแบบ Ring
Comprehensive Layer 2 Features อัดแน่นด้วยฟีเจอร์จัดการระดับโปร อาทิ VLAN, ACL, QoS, IGMP Snooping, OAM และ DDM เพื่อการดูแลรักษาเครือข่ายอย่างละเอียด
Omada SG3452 (48-Port L2+ Managed Switch)
Massive Port Density มาพร้อมพอร์ต Gigabit RJ45 ถึง 48 พอร์ต และ Gigabit SFP Slots อีก 4 พอร์ต รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมากและการทำ Uplink ผ่านสายไฟเบอร์ออฟติก
Centralized Cloud Management รองรับการบริหารจัดการผ่านระบบ Omada Cloud ทั้งทางเว็บและแอปพลิเคชัน ช่วยให้คุณควบคุมและตรวจสอบเครือข่ายได้จากทุกที่ทุกเวลา
Static Routing (L2+) ช่วยจัดการเส้นทางข้อมูลภายใน (Internal Traffic) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระของ Router หลักและทำให้เครือข่ายทำงานได้ลื่นไหลขึ้น
Silent Operation (Fanless Design) การออกแบบที่ไร้พัดลมทำให้ตัวเครื่องทำงานได้เงียบสนิท 100% เหมาะสำหรับติดตั้งในสำนักงานหรือห้องทำงานที่ต้องการความเงียบ
Robust Network Protection รองรับเทคโนโลยี ERPS (Ethernet Ring Protection Switching) ช่วยให้ระบบเครือข่ายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดปัญหาในโครงสร้างแบบ Ring Topology
Advanced Management Features ครบครันด้วยฟังก์ชันระดับองค์กร ไม่ว่าจะเป็น VLAN, ACL, QoS, IGMP Snooping, CLI, SNMP และ RMON เพื่อการควบคุมเครือข่ายอย่างละเอียด
Durable Rackmountable Design ตัวถังโลหะแข็งแรงทนทาน ออกแบบมาเพื่อติดตั้งในตู้ Rack มาตรฐานได้อย่างลงตัว
Omada EAP673-Extender (AX5400 Mesh Wi-Fi 6 Extender)
AX5400 Dual-Band Wi-Fi 6 มอบความเร็วไร้สายระดับ Ultra-Fast สูงถึง 5.4 Gbps (4804 Mbps บนย่าน 5 GHz และ 574 Mbps บนย่าน 2.4 GHz) รองรับการใช้งานหนักๆ อย่างการสตรีมวิดีโอ 8K และการเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล
WiFi Dead-Zone Killer ติดตั้งเสาสัญญาณภายนอกแบบ High-gain ถึง 4 ต้น ช่วยขยายสัญญาณ Wi-Fi ให้ทะลุทะลวงและครอบคลุมทุกมุมอับของบ้านหรืออาคารอย่างมีประสิทธิภาพ
Seamless Mesh Networking รองรับเทคโนโลยี Omada Mesh และ Seamless Roaming ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Omada ตัวอื่นเพื่อสร้างเครือข่ายหนึ่งเดียว ให้คุณเดินใช้งานเน็ตได้ทั่วอาคารโดยที่สัญญาณไม่หลุดหรือต้องเปลี่ยนชื่อ Wi-Fi
Versatile 2-in-1 Mode
Extender Mode: ขยายสัญญาณ Wi-Fi เดิมให้ไกลขึ้นแบบไร้สาย
AP Mode: เสียบสายแลนเพื่อเปลี่ยนเครื่องให้กลายเป็นจุดกระจายสัญญาณ (Access Point) ใหม่ที่มีความเสถียรสูง
Quick & Easy Adoption ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เมื่อเปิดเครื่องก็สามารถตั้งค่าผ่านหน้าเว็บหรือแอป Omada ได้ทันที ช่วยลดระยะเวลาในการติดตั้ง
Standard AC Power Supply ใช้ระบบไฟบ้านมาตรฐาน (AC) ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการเลือกตำแหน่งติดตั้ง แค่มีปลั๊กไฟก็พร้อมใช้งานทันที
Centralized Cloud Management บริหารจัดการแบบรวมศูนย์ผ่านระบบ Omada SDN สามารถดูแลรีโมทจัดการสถานะเครื่องได้จากทุกที่ทุกเวลา
Omada EAP723 V2 (BE5000 Wi-Fi 7 Access Point)
Next-Gen Wi-Fi 7 (BE5000): มอบความเร็วไร้สายรวมสูงสุดถึง 5.0 Gbps (4324 Mbps บนย่าน 5 GHz และ 688 Mbps บนย่าน 2.4 GHz) เร็วกว่า Wi-Fi 6 หลายเท่าตัว รองรับการใช้งานยุคใหม่ เช่น 8K Streaming, VR/AR และ Cloud Computing
240 MHz Ultra-Wide Bandwidth: ด้วยช่องสัญญาณที่กว้างถึง 240 MHz ช่วยให้การส่งข้อมูลทำได้ปริมาณมหาศาลในเวลาเดียวกัน ลดอาการติดขัดแม้มีผู้ใช้งานจำนวนมาก
2.5GbE Wired Uplink: มาพร้อมพอร์ต 2.5 Gigabit Ethernet เพื่อปลดล็อกคอขวดของสายแลนแบบเดิม ทำให้มั่นใจได้ว่าความเร็วจาก Wi-Fi 7 จะถูกใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 100%
Advanced Wi-Fi 7 Features:
Multi-Link Operation (MLO): ช่วยให้อุปกรณ์รับส่งข้อมูลได้หลายย่านความถี่พร้อมกัน เพิ่มความเร็วและลดความหน่วง
Multi-RUs: จัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดสัญญาณรบกวน
Omada SDN Integration: บริหารจัดการผ่านระบบคลาวด์อัจฉริยะ ตรวจสอบสถานะและตั้งค่าผ่านแอป Omada ได้จากทุกที่ พร้อมฟีเจอร์ Zero-Touch Provisioning
Seamless Roaming & Mesh: รองรับการเดินใช้งานต่อเนื่องโดยสัญญาณไม่หลุด และทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Omada อื่นๆ แบบ Mesh เพื่อความครอบคลุมสูงสุด
Ultra-Slim & Elegant Design: ดีไซน์ติดเพดานที่บางเฉียบและสวยงาม ทันสมัย เข้ากับการตกแต่งภายในระดับพรีเมียมได้ทุกรูปแบบ
Omada EAP772 (BE9300 Tri-Band Wi-Fi 7 Access Point)
BE9300 Tri-Band Wi-Fi 7: สัมผัสความเร็วเหนือระดับรวมสูงสุดถึง 9.3 Gbps โดยแบ่งเป็น:
6 GHz: 5765 Mbps (ย่านใหม่ที่สะอาด ไร้สัญญาณรบกวน)
5 GHz: 2882 Mbps
2.4 GHz: 688 Mbps
Clear 6 GHz Band: การเข้าถึงย่านความถี่ 6 GHz ช่วยเปิดช่องสัญญาณที่กว้างและว่างกว่าเดิม หมดปัญหาอาการ “เน็ตหน่วง” จากการแย่งสัญญาณกับเพื่อนบ้านหรืออุปกรณ์เดิมๆ
320 MHz Ultra-Wide Bandwidth: ขยายท่อส่งข้อมูลให้กว้างขึ้นเป็น 320 MHz (กว้างกว่า Wi-Fi 6 ถึงสองเท่า) ทำให้การรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ทำได้รวดเร็วในพริบตา
1× 2.5G Multi-Gigabit Port: มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อความเร็ว 2.5 Gbps เพื่อให้มั่นใจว่าคอขวดของสายแลนจะไม่เป็นอุปสรรคต่อความแรงของ Wi-Fi 7
Advanced Wi-Fi 7 Technology: * Multi-Link Operation (MLO): เชื่อมต่อและส่งข้อมูลได้หลายย่านความถี่พร้อมกัน (เช่น 5GHz + 6GHz) เพื่อความเสถียรและความเร็วสูงสุด
Multi-RUs: ลดปัญหาการติดขัดของสัญญาณเมื่อมีผู้ใช้งานหนาแน่น
Seamless Integration: รองรับเทคโนโลยี Omada Mesh และ Seamless Roaming เพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่องทั่วทั้งอาคาร พร้อมจัดการแบบรวมศูนย์ผ่าน Omada SDN Cloud
Future-Proof Performance: ออกแบบมาเพื่อรองรับนวัตกรรมในอนาคต ทั้งการประชุมผ่านวิดีโอความละเอียดสูงพิเศษ, VR/AR และคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ความเร็วสูง
